วันพุธที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555

นิทานเจ้าลาหน้าฝน


นิทานสั้นและนิทานอีสป
เรื่องเจ้าลาหน้าฝน
ตัวเอก : ลา



กาลครั้งนึงนานมาแล้วมีเจ้าลาสีเทาตัวนึงมันรู้สึกคันรูจมูกของมันเป็นอย่างมาก
จนมันทนไม่ไหวจึงจามออกมาหนึ่งครั้ง ฮัดเช้ย แต่มันก็ยังไม่หายคันมันก็จามออกมาอีก
ฮัดเช้ย เอ่ทำไมอยู่ๆ ฝนมันตกลงมา หรือว่าเป็นเพราะเราจาม ฝนเลยตกลงมา
ทำไมเราเก่งอย่างงี้ เดี๋ยวต้องไปบอกเพื่อนให้รู้ซะหน่อยแล้ว



นี่เจ้าแกะนายเห็นฝนที่ตกไหม นายรู้ไหมหละทำไมฝนถึงตกหนักแบบนี้
ที่ฝนตกเพราะว่าฉันจามฮัดเช้ยดังๆ จริงเหรอเจ้าลา ใช่สิเพราะข้าเป็นลาจอมเก่งอยู่แล้ว
เจ้าลาเที่ยวออกไปประกาศทั่วทั้งป่าว่าที่ฝนตกหนักก็เพราะมัน

และสัตว์ต่างๆ ก็ดูจะเชื่อเจ้าลาซะด้วยสิ ทุกตัวตื่นเต้นและชื่นชมเจ้าลา
แต่ว่าฝนตกมา 3 วัน 3 คืนแล้วพวกสัตว์ต่างเดือดร้อนกันไปทั่ว
และแล้วสัตว์ทั้งหมดก็ต่างเดินทางไปบ้านเจ้าลา เพื่อขอร้องให้เจ้าลาทำให้ฝนหยุดตก

เจ้าลาอยู่หรือเปล่า เธอเก่งมากเลยนะทำให้ฝนตกมากเลย
แต่ว่าฝนตกมันมากไปแล้วพวกเราทำอะไรไม่ได้เลยต้องหลบในบ้านตลอด
แต่ฉันไม่รู้ว่าทำยังไงให้ฝนตกหยุดสิ ตอนนั้นมันก็ไม่คันก็จามไม่ได้

ด้วยความโกรธสัตว์ทุกตัวต่างเข้ามารุมเจ้าลาเป็นการใหญ่
แต่แล้วอยู่ๆ ฝนก็หยุดตกขึ้นมาเฉยๆ แดดเริ่มส่องไปทั่วพื้นดิน
ท้องฟ้าโป่ง เจ้าลาจึงได้ทีตะโกน หยุดเสียงยาว
เห็นไหมทุกคนฝนหยุดตกแล้ว
คราวนี้เจ้าลารอดตัวไป สัตว์ทุกตัวก็พากันกลับ

เจ้าลาก็สงสัยว่าทำไมฝนถึงหยุดตกทั้งๆ ที่มันไม่ได้จาม
เจ้าลาจึงลองจามดู ฮัดเช้ย อ้าวไม่เห็นจะเกิดอะไรขึ้นเลย
โธ่ที่ฝนตกและหยุดตกไม่เกี่ยวกับเราซะหน่อย
เจ็บตัวฟรีเลยเรา โง่จริงๆ เรานี่

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเจ้าลาก็เลิกคิดว่ามันสามารถทำให้ฝนตกได้
ที่จริงมันเป็นเรื่องบังเอิญต่างหาก และการที่มันทึกทักเอาเอง
ทำให้มันได้รับความเดือดร้อนไปด้วย จากนั้นมาเจ้าลาก็ไม่พูดอะไรทีี่ไม่รู้จริง
และไม่แน่ใจอีกเลยซักครั้งเดียว

นิทานไก่แดงผจญสุนัขจิ้งจอก


นิทานสั้นและนิทานอีสป
เรื่องไก่แดงผจญสุนัขจิ้งจอก
ตัวเอก : ไก่แดง, สุนัขจิ้งจอก



กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีแม่ไก่อยู่ตัวนึงมันอาศัยอยู่ในกระท่อมในป่าลึก
แม่ไก่มีเพื่อนมากมายทั้งคุณนกฮูก กระรอกน้อย คุณกระต่าย
จะมีก็แต่เจ้าสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์เท่านั้น ที่จะคอยเฝ้าทำร้ายแม่ไก่ตลอดเวลา
เพราะมันหวังจะจับแม่ไก่กินเป็นอาหารนั้นเอง และในวันนึงแม่ไก่ไปทำธุระข้างนอก
เป็นโอกาสดีจริงๆ เลย แม่ไก่ไม่อยู่แถมลืมปิดประตูอีก



เดี๋ยวเราแอบเข้าไปข้างในดีกว่า
เมื่อแม่ไก่กลับเข้าบ้าน เพื่อจะทำกับข้าวกิน
เจ้าหมาจิ้งจอกก็ปรากฏตัวขึ้น
นี่เจ้าหมาจิ้งจอกเข้ามาในบ้านข้าได้ยังไง ออกไปเดี๋ยวนี้นะ
ข้าอุตส่าห์เฝ้ารอแม่ไก่ตั้งนานแล้ว ข้าไม่มีทางไปหรอก
นอกจากจะให้ข้าจับเจ้ากิน

ว่าแล้วสุนัขจิ้งจอกก็วิ่งไล่จับแม่ไก่ แม่ไก่ว่องไวมาก
ทำยังไงสุนัขจิ้งจอกก็จับแม่ไก่ไม่ได้ จนแล้วจนเล่าแม่ไก่ตกลงมาจากหลังตู้
สุนัขจิ้งจอกตะครุปและจับใส่ในถุงที่เตรียมมา และแบกถุงเดินทางไปที่บ้านของมัน
ยิ่งแบกมันก็รู้สึกหนักขึ้นทุกทีๆ แม่ไก่บอกให้เจ้าสุนัขพักซะหน่อยสิ ถึงยังไงข้าก็หนีไปไหนไม่ได้
เจ้ามัดปากถุงไว้แบบนี้ พอถึงต้นไม้มันก็นอนพักเอาแรง

พอเจ้าสุนัขจิ้งจอกหลับไปแล้วแม่ไก่ก็เอากรรไกรที่พกติดตัวตลอดเวลา
ขึ้นมาตัดที่ถุงย่ามและหนีออกไปก่อนที่แม่ไก่จะไปมันเอาก้อนหินมาใส่แทน
และเย็บปากถุงไว้เหมือนเดิม

สุนัขจิ้งจอกตื่นขึ้นมา และแบกถุงรีบไปที่บ้านของมันเพื่อจะจับแม่ไก่ต้มกิน
โดยท่ี่ไม่รู้ว่าในนั้นมีก้อนหินอยู่แทน พอถึงบ้านมันก็เอาหม้อมาต้มน้ำร้อน
เดี๋ยวความที่มันหิวมากไม่ทันดูว่าในถุงย่ามไม่่มีแม่ไก่อยู่แล้วมีก้อนหินก้อนใหญ่อยู่แทน
มันเปิดถุงย่ามและเทลงไป ทำให้หม้อพลิกคว่ำลงจากเตาไฟ น้ำร้อนที่เดือดพล่านได้รดไปที่ตัว
สุนัขจิ้งจอก และมันก็รีบวิ่งไปที่ลำธารมันกระโดดไปในน้ำอย่างรวดเร็ว

ตั้งแต่นั้นมามันก็กลัวความฉลาดของแม่ไก่
มันไม่คิดจะจับแม่ไก่กินอีกเลยเพราะมันรู้แล้วว่า
ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว

นิทานหมาป่ากับลูกแกะ


นิทานสั้นและนิทานอีสป
เรื่องหมาป่ากับลูกแกะ
ตัวเอก : หมาป่า, ลูกแกะ



วันหนึ่งลูกแกะน้อยกำลังเดินอย่างเพลิดเพลิน
มันเดินไปเรื่อยๆ จนมาถึงลำธารแห่งหนึ่ง
แหมวันนี้อากาศดีจริงๆเลย แอบหนีแม่มาเดินเล่น
ป่านนี้แม่คงจะตามหาแกะน้อยใหญ่แล้วหละ
เดี๋ยวค่อยกลับบ้านเย็นๆ ก็แล้วกัน
แต่ตอนนี้หิวน้ำจังเลย ขณะที่เจ้าแกะน้อยกำลังก้มกินน้ำอยู่นั้น



บังเอิญมีหมาป่าตัวนึงเดินเข้ามาเจอพอดี เจ้าหมาป่านิสัยไม่ดี
และมันกำลังหิวมากซะด้วยสิ พอมันเห็นลูกเก่งตัวเล็กๆ เข้า
ก็อยากจะจับลูกแกะกินเป็นอาหาร มันจึงคิดอุบาย

นี่เจ้าแกะน้อยเจ้ามีความผิดมากเลยรู้ป่าว
คุณหมาป่า ข้าผิดเรื่องอะไรเหรอ
แกะน้อยก็กินน้ำอยู่ดีๆ ยังไม่ได้ทำอะไรท่านเลย
ก็เจ้ากินน้ำอยู่ และข้าก็กินน้ำอยู่ตรงนี้
เจ้าทำให้น้ำในลำธารขุ่นข้นไปหมด ข้าดื่มเข้าไปไม่ได้
ดังนั้นเจ้าต้องถูกลงโทษ
แต่ว่าคุณหมาป่าดูดีๆ ก่อนสิท่านหนะกินน้ำที่ต้นน้ำนะ
และอย่างงี้แกะน้อยจะทำน้ำขุ่นข้นได้ยังไง
ข้าบอกว่าเจ้าผิด เจ้าก็ต้องผิด
ฉันไม่ผิดจะให้ยอมรับผิดได้ยังไง คุณหมาป่าไม่มีเหตุผลเอาซะเลย
เจ้าหมาป่าโกรธจัด จึงหาอุบายอื่นอีก

เมื่อปีกลายเจ้าเป็นผู้นิทานกล่าวร้ายข้าเอาไว้
เจ้าเป็นผู้มีความผิดต้องถูกลงโทษ
ฉันไปกล่าวร้ายท่านได้ยังไง ข้าเพิ่งเกิดมาเมื่อกี่เดือนนี้เอง
งั้นคงจะเป็นพี่เจ้า มาให้ข้ากินซะดีๆ
คุณหมาป่าคงจำผิดแล้ว ข้าเป็นลูกคนเดียวไม่มีพี่น้อง
โอ้ยข้าไม่สนใจและ แต่ตอนนี้ข้าหิวจนตาลายไปหมดแล้ว
เจ้าต้องตกเป็นอาหารของข้า


ว่าแล้วเจ้าหมาป่าอันธพาลก็กระโจนใส่แกะน้อยเพื่อจับกินเป็นอาหาร
เจ้าแกะน้อยวิ่งหนีและร้องเรียกแม่ลั่นป่า
ทันไดนั้นสิงโตเจ้าป่าก็กระโดดมาบังแกะน้อยไว้

หยุดเดี๋ยวนี้นะเจ้าหมาป่าอย่าทำแกะน้อยไม่มีทางสู้ตัวนี้นะ
ถ้าเจ้าหมาป่าไม่ยอมไปข้าสิงโตนี้แหละจะจับเจ้ากินเอง
เจ้าหมาป่ากลัวจึงจากไป ฝ่ายเจ้าแกะน้อยก็ร้องไห้ไม่หยุด
เงียบได้แล้วเจ้าหมาป่ามันวิ่งหนีไปแล้ว เจ้าปลอดภัยแล้วหละ

ข้าไม่เคยเห็นเจ้ามาก่อน บ้านเจ้าอยู่ที่ไหน
แกะน้อยหนีแม่ออกมาเดินเล่น นี่คือโทษที่เจ้าไม่บอกผู้ใหญ่ก่อน
แกะน้อยจะไม่หนีไปเที่ยวอีกแล้วจ้า ขอบคุณท่านมาก
และแล้วสิงโตพาแกะน้อยไปส่งที่บ้าน


หลังจากนั้นแกะน้อยไม่หนีออกไปไหนไกลๆ อีกเลย
และมันก็จะขออนุญาติผู้ใหญ่ทุกครั้งก่อน

นิทานลูกหมูสามตัว


นิทานสั้นและนิทานอีสป
เรื่องลูกหมูสามตัว
ตัวเอก : ลูกหมู, หมาป่า



กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีลูกหมูสามตัวเป็นพี่น้องกัน
พวกมันออกเดินทางเพื่อจะหาที่สร้างบ้านคนละหลัง
และเดินทางมาถึงชายป่าแห่งหนึ่ง พวกมันตัดสินใจจะสร้างบ้าน
บริเวณนี้ใกล้ๆ กัน และเดินทางไปตลาดเพื่อซื้อของสร้างบ้าน



พี่ใหญ่ซื้อฟางไปสร้างบ้านจะได้เหนื่อยไม่หนักด้วย
พี่รองส่วนฉันซื้อเศษไม้ไปสร้างบ้านตอกตะปูไม่กี่ทีก็เสร็จแล้ว
น้องเล็ก ซื้ออิฐมาสร้างบ้าน พี่ใหญ่พี่รองเห็นหัวเราะและบอกว่า
ทำไมเจ้าโง่อย่างนี้ กว่าจะแบกไป กว่าจะสร้างบ้านเสร็จก็ใช้เวลานาน
แต่ถ้าเราใช้อิฐสร้างบ้าน มันก็จะแข็งแรงและทนทานกว่านะ
พี่ใช้ฟางกับเศษไม้จะไม่ปลอดภัยนะพี่

และทั้ง 3 พี่น้องก็แบกของกลับบ้าน พอถึงชายป่าต่างคนก็ต่างแยก
ย้ายมาสร้างบ้านของใครของมัน

ลูกหมูตัวที่หนึ่งสร้างบ้านด้วยฟางใช้เวลาไม่นานนักก็เสร็จ
ส่วนลูกหมูตัวที่สองสร้างบ้านด้วยเศษไม้ใช้เวลาไม่นานก็สร้างบ้านเสร็จ
และทั้งสองไปดูน้องเล็กสร้างบ้านซึ่งยังไม่เสร็จ
น้องเล็กต้องค่อยก่ออิฐทีละก้อนทีละอันกว่าจะสร้างเสร็จก็อีกหลายวัน
เพราะอยากได้บ้านที่แข็งแรงและปลอดภัย
ไม่เชื่อพี่ๆ ทั้งสองที่บอกให้เปลี่ยนมาใช้ฟางกับเศษไม้

ลูกหมูทั้งสองจึงออกไปวิ่งเล่นว่ายน้ำ
ส่วนน้องเล็กก็ตั้งหน้าตั้งตาสร้างบ้านจนเสร็จ

ตกดึกทั้งสามตัวก็เข้านอนบ้านใครบ้านมัน
จนกระทั่งคืนนึงมีเจ้าหมาป่ามาซุ่มดู
หวังจะมาจับลูกหมูทั้ง 3 ตัวมาเป็นอาหาร

และไปบ้านลูกหมูที่สร้างบ้านด้วยฟางก่อน
เปิดประตูเจ้าลูกหมูน้อยออกมาให้ข้ากินดีกว่านะ
ไม่ฉันไม่เปิดประตูให้แกหรอก ไป๊ไปให้ผลนะ
ไม่เปิดไม่เป็นไร บ้านฟางแบบนี้ข้าเป่าก็พังและ
แย่แล้ว บ้านฟางของฉันพังหมดแล้ว
มามะมาให้พี่หมาป่ากินดีกว่า

เจ้าลูกหมูรีบวิ่งไปหาน้องกลางที่สร้างบ้านด้วยเศษไม้

เจ้าหมาป่าเคาะที่ประตูให้เปิด ไม่มีทางข้าไม่ยอมเปิดประตู
ให้หมาป่าใจร้ายเด็ดขาด
อ๋อเหรอ บ้านไม้ที่ไม่แข็งแรงแบบนี้
แค่ข้ากระโดดกระแทกประตูสองที
มันก็พังแล้วหละ เอาหละนะ 1 2 3 เจ้าหมาบ้านก็พังประตูเข้ามาได้
เจ้าหมูทั้งสองรีบวิ่งไปบ้านอิฐของน้องเล็ก โดยที่มีเจ้าหมาป่าวิ่งมาติดๆ
และเล่าให้น้องเล็กฟังว่าบ้านทั้งสองหลังถูกหมาป่าพังไปแล้ว

เจ้าหมาป่าก็มาถึงบ้านน้องเล็กและเคาะประตู เปิดให้ข้าเข้าไปกินเดี๋ยวนี้นะ
ไม่เปิดจะพังบ้านอีกหลังนะ น้องเล็กตะโกนบอก กลับไปเจ้าหมาป่า
เจ้าไม่มีทางพังบ้านหลังนี้ได้หรอก
เดี๋ยวจะเป่าให้บ้านพังไปเลย หมาป่ารวบรวมลมเป่า
แต่บ้านก็ไม่ยอมพัง ได้ข้าจะกระโดดกระแทกให้บ้านพังไปเลย
1 2 3 โอ๊ย ใครก็ได้ช่วยหมาป่าด้วย
เจ้าหมาป่ากระโดดกระแทกกับประตูบ้านอิฐอย่างแรง
แต่ด้วยความที่เป็นบ้านแข็งแรงมาก มันจึงเจ็บจนเป็นลมสลบไป

ส่วนเจ้าหมูทั้งสามตัวต่างก็ปลอดภัยในบ้านอิฐของน้องเล็ก
รุ่งเช้าพวกมันทั้งสามตัวก็ไปตลาดเพื่อซื้ออิฐมาสร้างบ้าน

นิทานเพื่อนตัวเล็กของราชสีห์


นิทานสั้นและนิทานอีสป
เรื่อง เพื่อนตัวเล็กของราชสีห์
ตัวเอก : สิงโต, มดตะนอย



ณ อณาจักรหรรษาเป็นป่าที่เต็มไปด้วยสัตว์น้อยใหญ่หลายๆ ชนิด
และในป่าแห่งนี้ราชสีห์เป็นสัตว์ที่มีอิทธิพลมากที่สุดตัวนึงและมีเพื่อน
เยอะแยะมากมาย และเพื่อนๆของราชสีห์ก็ตัวใหญ่แข็งแรงทั้งนั้น
วันนึงราชสีห์จัดงานเลี้ยงขึ้นเพื่อพบปะเพื่อนๆ สัตว์ใหญ่ด้วยกัน
และเป็นงานต้อนรับสมาชิกใหม่ในกลุ่มซึ่งก็คือเจ้าหมีใหญ่ใจดีนั้นเอง


สวัสดีเพื่อนๆ ที่มากันพร้อมหน้าพร้อมตา ข้าราชสีห์ผู้ยิ่งใหญ่
ของให้ท่านสนุกสนานกันให้เต็มที่ งานนี้ข้าขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงเอง
เอาหละข้าจัดขึ้นมาเพื่อนต้อนรับเพื่อนใหม่ของเรา คือท่านหมีใหญ่

หวัดดีท่านราชสีห์และเพื่อนๆ ทุกท่าน
ข้าต้องขอโทษที่ทำให้พวกท่านต้องรอนะ
ท่านราชสีห์พอดีข้าผ่านมาจากทางป่านู้น เจอเข้ากับเจ้ามดตะนอย
เห็นอยากมาสมัครเป็นเพื่อนในกลุ่มของเราด้วย
ข้าก็เลยพามา ท่านเห็นว่าเป็นยังไงบ้าง
ใช่่ท่านราชสีห์ข้าอยากสมัครเป็นเพื่อนกับท่านด้วย

เอ๊ะทำไมข้าได้ยินแต่เสียงหละ
ข้าอยู่นี้ ท่านก้มมาดูสิ
อ้อเจ้ามดตะนอยตัวจิ๊ดเนี่ยนะ
ถือข้าจะตัวเล็กแต่ข้าก็จริงใจนะท่าน
เอ่ข้าว่าอย่าเลยนะ กลุ่มของเราเป็นสัตว์ใหญ่น่าเกรงขาม

เพื่อนๆ ราชสีห์ไม่ว่าจะเป็น ช้าง ควายป่า เสือลาย เสือดาว
ต่างก็เอ่ออ่อราชสีห์ ไม่มีใครขัดราชสีห์
แล้วงานเลี้ยงก็ดำเนินต่อไป ส่วนเจ้ามดตะนอย
ก็ผิดหวังเดินคอตกจากไป

อาทิตย์นึงผ่านไปราชสีห์นอนหลับอยู่ในถ้ำ
กำลังนอนหลับสนิทอยู่ทีเดียว
อยู่ๆ ก็รู้สึกเจ็บในหูและแสบๆ คัน จึงร้องโอดโอยในถ้ำ
ทำให้มดตะนอยที่เดินผ่านเข้ามาดูในถ้ำดูว่าเกิดอะไรขึ้น

ท่านราชสีห์เป็นอะไรไปเหรอ
ข้ากำลังนอนอยู่ดีก็รู้สึกเจ็บ แสบ ในหู
เอางี้ดีไหมข้าจะเข้าไปดูในรูหูให้
อ้อจริงสินะ เจ้าตัวเล็กพอจะเข้าไปดูในรูหูของข้าได้
มดตะนอยเข้าไปและลากเอาแมลงออกมาด้วย
มันนี่แหละที่ทำให้เจ้าทรมาน
เจ้าแมลงตัวแสบนี้เองข้าขอบใจมากเลยนะที่ช่วยข้า
เพื่อนๆข้าก็ตัวใหญ่ทั้งนั้นคงไม่มีใครช่วยข้าได้
ไม่เป็นไรหรอกท่านข้าช่วยได้ก็ช่วย

และเจ้ายังอยากเข้ามาเป็นเพื่อนกับกลุ่มข้าหรือไม่
ข้าอยากเข้าร่วมสิข้าอยากมีเพื่อนเยอะแยะมากมาย
ได้ข้าจะจัดงานต้อนรับเพื่อนใหม่อย่างเจ้า
และประกาศว่าถึงเจ้าเป็นมดตะนอยตัวเล็กนิดเดียว
แต่น้ำใจเจ้ายิ่งใหญ่มาก

นิทานจระเข้อกตัญญู

นิทานสั้นและนิทานอีสป


เรื่องจระเข้อกตัญญู


ตัวเอก : ช้าง, จระเข้, หนูหริ่ง


ณ บริเวณชายป่าที่เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่มีช้างน้อยตัวนึงกำลังเดินเล่นกินลมอยู่ตามลำพังและแล้วก็ได้ยินเสียง ช่วยด้วย ช่วยด้วยใครก็ได้ช่วยฉันทีช้างน้อยค่อยๆ เดินตามเสียงนั้นมา จนพบต้นเสียงนั้นก็เจ้าจระเข้นั้นเอง หางของจระเข้ถูกต้นซุงทับอยู่มันพยายามดิ้นให้หลุดก็ไม่สามารถหลุดออกมาได้จึงขอร้องช้างให้เอางวงลากซุงออก เมื่อช้างน้อยลากซุงออกมาได้จระเข้ก็พูดว่าเจ้านี่เก่งจริงๆ นะ นอกจากเก่ง เจ้ายังตัวใหญ่น่าอร่อยอีกด้วยนะ ช้างน้อยเริ่มตกใจเจ้าจระเข้จึงงับขาของช้างที่ไม่ทันตั้งตัว



เจ้าจระเขอกตัญญูทำไมเจ้าทำกับข้าแบบนี้ช่วยด้วย ช่วยด้วย เจ้าจระเข้นิสัยไม่ดีหลังจากนั้นเอง หนูหริ่งก็เดินผ่านมาพอดีและเห็นช้างน้อยร้องขอความช่วยเหลือจึงเข้าไปช่วย


หนูหริ่งจะเข้าคุยและจะตัดสินให้อย่างยุติธรรมขอให้ทั้งสองแสดงเหตุการณ์ใหม่เอาเหตุการณ์ตั้งแต่แรก หนูหริ่งจะพิจารณาอย่างละเอียด




จระเข้จึงบอกช้างน้อยให้เอาซุงมาทับหางจระเข้ช้างน้อยก็เลยเอาท่อนซุงมาทับหางจระเข้ และก็บอกหนูหริ่งดูให้ดีๆ นะ ว่าข้านี่แหละที่เป็นคนช่วยจระเข้ ช้างน้อยกำลังจะเอาท่องซุงออกหนูหริ่งบอกว่า หยุดๆ ในเมื่อเจ้าจระเข้นิสัยไม่ดี เมื่อช่วยแล้วจะจับเจ้ากิน ทำไมเจ้าจะไปช่วยอีก มันไม่รู้จักบุญคุณ


จริงสินะและฉันจะช่วยมันทำไมใครทำดีก็ได้ดี ใครทำชั่วก็ได้ชั่ว ช้างน้อยบอกกับหนูหริ่งไปช้างน้อยเรากลับกันเถอะ ปล่อยให้จระเข้รับชะตากรรมของมันไป


และจระเข้ก็ร้องโอดโอยด้วยความจำปวดไม่มีสัตว์ตัวใดเลยเข้ามาช่วยเพราะพวกมันรู้แล้วว่าจระเข้นิสัยไม่ดี และก็ไม่มีใครยอมเป็นเพื่อนจระเข้อีกด้วย


นิทานจอมอันธพาล

นิทานสั้นและนิทานอีสป

เรื่องจอมอันธพาล

ตัวเอก : งู, เต่า


ณ ชายป่าแห่งหนึ่งอันเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำพวกมันอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขเป็นเวลานาน จนกระทั่งวันหนึ่งมีงูอันธพาลมาอยู่ที่ชายป่าแห่งนี้ด้วย เจ้างูมีนิสัยดุร้าย จับสัตว์ตัวเล็กกินเป็นอาหารทำให้เดือดร้อนกันไปทั่ว

แย่จริงๆ เลยนี่เราต้องอพยพไปอยู่ที่อยู่อื่นจริงๆ เหรอเนี่ยอยู่เป็นที่มาตั้งนานไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องย้ายบ้านอย่ามัวพูดมากอยู่เลยเจ้ากุ้ง รีบเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเถอะน่าจะได้รีบไป เดี๋ยวเจ้างูอันธพาลมาจับเรา เดี๋ยวก็หนีไม่ทันกันพอดีหรอกเสร็จหรือยังหละ เสร็จแล้ว เสร็จแล้ว เร่งอยู่ได้ฉันก็ไม่อยากเป็นอาหารของเจ้างูเกเรหรอกนะ เอ้าแล้วเจ้าเต่าเก็บของเสร็จหรือยัง





เจ้าเต่า : ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้นแหละฉันจะอยู่ที่นี่เพราะที่นี่คือบ้านของฉัน ฉันมีวิธีของฉันน่า แล้วเจ้าเต่าก็เหลืออยู่ตัวเดียวเท่านั้น และแล้วเจ้างูก็มาที่ริมบึง เมื่อเจอเจ้าเต่างูก็พยายามกัด ฉก ชก เตะ ต่อย สารพัดแต่เต่าก็หดหัวไปในกระดอง จนงูเหนื่อยหอบ


งูจึงถามเจ้าเต่าว่าเจ้าทำยังไงถึงมีร่างกายแข็งแรงอย่างนี้เจ้าเต่าได้ทีจึงบอกว่า ใครก็ตามที่ต้องการมีเนื้อตัวแข็งแกร่งดุจหินผาก็ให้นอนผึ่งแดดกลางแจ้งเป็นเวลา 7 วัน 7 คืน ห้ามกินน้ำหรืออาหารใดๆ เด็ดขาด เจ้าก็จะมีเนื้อตัวที่แข็งแบบข้าได้




งูคิดในใจว่าง่ายนิดเดียว ถ้าข้ามีเนื้อตัวแข็งแกร่งจะมาจัดการกับเจ้าแล้วเจ้างูก็รีบจากไป เวลาผ่านไป 7 วัน 7 คืนเจ้าเต่าไปหางูที่อยู่อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำ เมื่อเห็นสภาพของเจ้างูก็หัวเราะทันทีเจ้างูบอกว่าทำไมข้าไม่เห็นแข็งแกร่งเหมือนเจ้าเลย เต่าบอกว่าในที่สุดก็หลงกลข้าแล้วเจ้างูเอ๋ยงูโมโหจะจัดการเจ้าเต่าแต่ก็ไม่มีเรี่ยวแรงทำอะไรเจ้าเต่าไม่ได้เจ้าเต่าบอกให้งูออกไปจากที่นี่ซะไม่งั้นจะจับต้มกิน เจ้างูจึงจากไป


เต่าก็ตามเพื่อนๆ ให้กลับมาอยู่ในป่าเช่นเดิม ความสงบสุขก็กลับมาอีกครั้ง